เปิดมุมมองล่าสุด: ตลาดเวลธ์เมเนจเมนท์ไทยปีนี้

ตลาด Wealth Management ไทยกำลังถูกปรับโครงสร้างอย่างรวดเร็วจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก: ความต้องการของลูกค้ากลุ่ม High Net Worth ที่เพิ่มขึ้น การเปิดรับสินทรัพย์ทางเลือก (alternative assets) และการแข่งขันจากทั้งธนาคารใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์อิสระ รวมถึงการขยายบริการของกลุ่มการเงินอย่าง Kiatnakin Phatra Financial Group (KKP) ภายใต้การนำของ คุณ บรรยง พงษ์พานิช ทำให้ภูมิทัศน์ของธุรกิจนี้มีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้นในปีนี้

ภาพรวม: ตลาดใหญ่แค่ไหน และโครงสร้าง AUM อย่างไร

ถ้าถามว่า “ตลาด Wealth Management ใหญ่แค่ไหน” คำตอบคือ ตลาดในไทยมีขนาดที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับอดีต แต่ยังเล็กกว่าตลาดศูนย์กลาง wealth ในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง โดยโครงสร้างของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในประเทศไทยแบ่งเป็นกลุ่มหลัก 3 ส่วน: ผลิตภัณฑ์รวม (เช่น กองทุนรวมและตราสารหนี้), บริการบริหารสินทรัพย์เชิงรายบุคคล (discretionary mandates และ private banking) และสินทรัพย์ทางเลือก (private equity, real estate, และโครงสร้างการลงทุนเฉพาะทางสำหรับครอบครัวมั่งคั่ง) ซึ่งแต่ละส่วนมีแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยต่างกัน เช่น ภาวะตลาดทุน อัตราดอกเบี้ย และพฤติกรรมการถ่ายโอนความมั่งคั่งระหว่างรุ่น

ปัจจัยขับเคลื่อนและแนวโน้มสำคัญในปีนี้

1) ความต้องการสินทรัพย์ทางเลือกและ Private Equity: นักลงทุนไทยชั้นสูงและสถาบันเริ่มหันไปลงทุนใน Private Equity และสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนไม่สัมพันธ์ตลาดหุ้นโดยตรง เพื่อลดความผันผวนและหาอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น เห็นได้จากธุรกิจ wealth และธนาคารเริ่มเสนอผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงลงทุนใน Private Equity และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

2) การเปลี่ยนผ่านของความมั่งคั่ง (wealth transfer) และเกิดของ Family Office: การโอนความมั่งคั่งสู่ทายาทรุ่นใหม่ ส่งผลให้บริการวางแผนภาษี สืบทอดสินทรัพย์ และการจัดตั้ง family office มีบทบาทสำคัญมากขึ้น ผู้ให้บริการ wealth ต้องตอบโจทย์ทั้งด้านการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงเชิงครอบครัว

3) เทคโนโลยีและดิจิทัล: แม้บริการ wealth แบบดั้งเดิมยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของผู้จัดการความมั่งคั่ง แต่การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรายงาน AUM, วิเคราะห์พอร์ต และเสนอคำแนะนำแบบไฮบริด (hybrid advisory/robo-advice + human advisor) กลายเป็นมาตรฐานที่ลูกค้าคาดหวัง

4) กฎระเบียบและการกำกับดูแล: หน่วยงานกำกับของไทยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการรายงาน AUM มากขึ้น ทั้งในด้านการเปิดเผยค่าธรรมเนียม ผลกระทบความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการดูแลลูกค้า HNW/ULHNW ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ผู้ให้บริการต้องปรับโครงสร้างการตั้งราคาและการรายงาน

บทบาทของ Kiatnakin Phatra (KKP) และ คุณ บรรยง พงษ์พานิช

Kiatnakin Phatra Financial Group (KKP) เป็นหนึ่งในกลุ่มการเงินที่ขยายการให้บริการ wealth management อย่างชัดเจน โดยภายใต้การนำของคุณ บรรยง พงษ์พานิช กลุ่มได้เน้นการผสานบริการธนาคาร การลงทุน และการบริหารสินทรัพย์เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม affluent และ HNW มากขึ้น กลยุทธ์ของ KKP มุ่งไปที่การอัพสกิลทีมผู้จัดการพอร์ต การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางเลือก และการใช้เทคโนโลยีสำหรับการให้คำปรึกษาเชิงปรับพอร์ตแบบรายบุคคล (personalized discretionary mandates)

การวิเคราะห์ AUM ของธุรกิจ Wealth Management ในไทย — ตัวชี้วัดที่ต้องดู

เมื่อต้องการประเมิน AUM ของธุรกิจ wealth ควรพิจารณาเชิงลึกด้วยตัวชี้วัดต่อไปนี้: อัตราการเติบโตของ AUM (YoY), สัดส่วนของ AUM ที่เป็นการลงทุนเชิงป้องกันความเสี่ยงเทียบกับการลงทุนเสี่ยง, สัดส่วนสินทรัพย์ทางเลือก (private equity/real assets), อัตรา Net New Assets (NNA) จากการขายผลิตภัณฑ์ใหม่, และอัตราการถือครองลูกค้าระดับ HNW/ULHNW (retention rate) ตัวชี้วัดเพิ่มเติมคือรายได้เฉลี่ยต่อหน่วย AUM (fee yield) ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านค่าธรรมเนียมจากการแข่งขัน

ผลกระทบต่อผู้ลงทุนและคำแนะนำ

สำหรับนักลงทุนรายบุคคล การเปลี่ยนแปลงของตลาด wealth หมายถึงโอกาสและความท้าทาย: โอกาสมาจากการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกและการวางแผนภาษี/สืบทอดที่มีโครงสร้างดีขึ้น ขณะที่ความท้าทายคือการคัดเลือกผู้จัดการความมั่งคั่งที่มีความชำนาญจริงและความโปร่งใสด้านค่าธรรมเนียม นักลงทุนควรพิจารณา: (1) ตรวจสอบ composition ของ AUM ว่าเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนหรือไม่ (2) เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและผลการดำเนินงานระยะยาว (3) พิจารณาความสามารถของผู้ให้บริการในการเข้าถึงสินค้า Private Equity และการจัดการความเสี่ยงแบบรวมศูนย์

มุมมองเชิงสรุป

ตลาด Wealth Management ไทยในปีนี้ยังคงเติบโตแต่มีการแข่งขันสูงและความซับซ้อนมากขึ้น การจัดการ AUM จะต้องคำนึงทั้งเรื่องการเติบโตเชิงปริมาณและคุณภาพของเงินทุน การเพิ่มบทบาทของสินทรัพย์ทางเลือก การใช้เทคโนโลยีเพื่อความเป็นส่วนตัวของคำแนะนำ และการยกระดับการกำกับดูแลล้วนเป็นปัจจัยที่กำหนดทิศทางของตลาดต่อจากนี้ ผู้ให้บริการอย่าง Kiatnakin Phatra ภายใต้การนำของคุณ บรรยง พงษ์พานิช เป็นตัวอย่างของกลุ่มที่กำลังปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า HNW และเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่จะกำหนดมาตรฐานบริการ wealth ในไทย