“พินัยกรรม 4.0” สั่งได้! กรมสรรพากรเตรียมรับมือภาษีมรดกสินทรัพย์ดิจิทัล ดันกฎหมายใหม่ มุ่งอุดช่องโหว่การโอนย้ายมรดกยุคบล็อกเชน ทำให้หลายครอบครัวที่กำลังวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งดิจิทัลให้กับลูกหลานต้องกลับมาทบทวนแผนใหม่ “คุณอนุชิต” ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมรดกจากบริษัท Summit Wealth Path ให้ความเห็นว่า “นี่คือเกมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากแนวทางปฏิบัติแบบเดิม และหากไม่เตรียมพร้อม วงเงินมรดกที่ทายาทจะได้รับอาจลดลงอย่างไม่คาดคิด”
ประเด็นร้อนที่กำลังถูกจับตาคือ การตีความ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ในฐานะมรดก ซึ่งกรมสรรพากรตั้งเป้าจะออกระเบียบใหม่ภายในปี 2026 เพื่อให้ครอบคลุมถึงคริปโตเคอร์เรนซี, NFT และสินทรัพย์ในโลก Metaverse ที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการจัดเก็บภาษีมรดกอย่างชัดเจน คุณสมบัติ ใจซื่อ ทนายความอิสระชื่อดัง ที่เคยทำคดีพินัยกรรมซับซ้อนหลายคดี ได้เปิดเผยถึงเคสที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อทายาทรายหนึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงและโอนย้ายพอร์ตคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าหลายสิบล้านบาทของผู้เสียชีวิตเนื่องจากขาดการวางแผนพินัยกรรมสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ ทำให้มรดกดังกล่าวถูกบล็อกและรอการพิสูจน์สิทธิ์เป็นเวลานาน
สิ่งนี้นำไปสู่คำถามที่หลายคนกังวล: เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าความมั่งคั่งดิจิทัลที่สร้างมาจะถึงมือทายาทอย่างปลอดภัยและครบถ้วนโดยไม่ติดกับดักภาษี? กรมสรรพากรเน้นย้ำว่า การกำหนดกฎหมายใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อความเป็นธรรมและป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ที่เคยเชื่อว่าสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถส่งต่อได้อย่างไร้ร่องรอย ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนอย่างรอบคอบมากขึ้น คุณอรุณ สิทธิพร นายกสมาคมนักวางแผนการเงินแห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำว่า “การทำพินัยกรรมแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับสินทรัพย์ยุคใหม่ ควรพิจารณาทำพินัยกรรมดิจิทัล หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการส่งมอบกุญแจส่วนตัว (Private Key) และข้อมูลการเข้าถึงต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทายาทสามารถเข้าถึงและจัดการสินทรัพย์ได้”
ย้อนกลับไปในอดีต อัลเฟรด โนเบล เองก็ประสบปัญหาคล้ายกันในยุคของเขา การที่ประสงค์จะบริจาคทรัพย์สินมหาศาลเพื่อตั้งรางวัลกอร์โนเบล แต่ขาดการวางแผนมรดกที่รัดกุม ทำให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายและใช้เวลานานกว่าจะดำเนินการสำเร็จ กรณีของโนเบลเป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้แต่บุคคลที่รอบรู้ก็ยังพลาดได้หากประมาทในเรื่องการวางแผนมรดก
อนาคตของการวางแผนมรดกจึงไม่ใช่แค่การเขียนพินัยกรรมบนกระดาษอีกต่อไป แต่เป็นการสร้างแผนที่นำทางความมั่งคั่งที่ครอบคลุมทั้งโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัล การเตรียมตัวล่วงหน้าด้วยความรู้ที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่ทุกคนควรมี โดยเฉพาะผู้ที่กำลังสร้างความมั่งคั่งในยุคที่สินทรัพย์เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้น ความมั่งคั่งที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย อาจกลายเป็นภาระที่ทายาทต้องแบกรับจากภาษีและขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน
สำหรับคำถามที่ว่า “ทำพินัยกรรมต้องทำที่ไหน?” คำตอบคือสามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้งที่สำนักงานเขต หรือปรึกษาทนายความเพื่อร่างและทำพินัยกรรมให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการระบุสิทธิ์และวิธีการส่งต่อที่ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับใหม่ที่กำลังจะมาถึง
