ก.ล.ต. เข้ม! เตือนการลงทุนดิจิทัล พบพฤติกรรมหลอกลวงเพิ่ม

สำนักข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 (ข้อมูลสมมติ) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศเตือนภัยการลงทุนดิจิทัล หลังพบการแจ้งเบาะแสและพฤติกรรมเข้าข่ายการหลอกลวงเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยในประกาศดังกล่าว ก.ล.ต. เน้นมาตรการเข้มงวดเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและเสริมสร้างความโปร่งใสในตลาดทุนดิจิทัล

ในการแถลงข่าว ณ สำนักงาน ก.ล.ต., กรุงเทพฯ (สมมติ) คุณ พรอนงค์ บุษราตระกูล (สมมติ) ในฐานะเลขาธิการ ก.ล.ต. (สมมติ) ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบรูปแบบการชักชวนลงทุนดิจิทัลที่มีลักษณะโอ้อวดผลตอบแทนสูง ผสมผสานกับการใช้อัตลักษณ์ปลอมของที่ปรึกษาการลงทุนและผู้แนะนำการลงทุน เพื่อชักจูงผู้ลงทุนรายย่อยให้โอนเงินไปยังบัญชีที่ควบคุมโดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี

ประกาศฉบับสมมติระบุแนวทางการดำเนินการหลัก ได้แก่ (1) เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบผู้ให้บริการด้านการลงทุนดิจิทัลและโฆษณาออนไลน์ (2) ดำเนินคดีและเพิกถอนการให้บริการกับผู้ที่ดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้อง (3) กำชับให้ที่ปรึกษาการลงทุนและผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultants – IC) ต้องมีใบอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนจากสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนให้บริการแก่ผู้ลงทุน และ (4) เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสและให้คำแนะนำแก่ประชาชนผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.

ในคำชี้แจงเกี่ยวกับบทบาทของ ก.ล.ต. ในการกำกับดูแลที่ปรึกษาการลงทุน ประกาศฉบับสมมติเน้นว่า ก.ล.ต. มีอำนาจกำกับดูแลการให้บริการที่ปรึกษาการลงทุนเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ทั้งการออกข้อบังคับ การขึ้นทะเบียน การอนุญาตผู้ให้บริการ และการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าว โดยผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบสถานะการขออนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนของบริษัทที่ปรึกษาและผู้แนะนำการลงทุน (IC) ได้ที่ฐานข้อมูลของสำนักงาน ก.ล.ต.

คำตอบสำหรับคำถามยอดฮิต “ที่ปรึกษาการลงทุน ต้องมีใบอนุญาตไหม” (FAQ ในประกาศสมมติ): ตามข้อกำหนดที่ ก.ล.ต. เน้นในประกาศนี้ ที่ปรึกษาการลงทุนที่ให้คำแนะนำแก่บุคคลภายนอกต้องได้รับการขึ้นทะเบียนหรือใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำการลงทุน (IC) ต้องมีใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองตามเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด ก่อนจะให้คำแนะนำหรือรับคำสั่งซื้อขายจากลูกค้า ผู้ลงทุนควรตรวจสอบสถานะการอนุญาตของผู้ให้บริการก่อนทุกครั้ง

แหล่งข่าวจากสำนักงาน ก.ล.ต. (สมมติ) ระบุเพิ่มเติมว่า หน่วยงานจะร่วมมือกับภาคบังคับใช้ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ทั้งยังเตรียมมาตรการให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบการยืนยันตัวตนและการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลปลอมและบัญชีมิจฉาชีพ

ท้ายประกาศ ก.ล.ต. (สมมติ) ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ผู้ลงทุนว่าให้ระมัดระวังโฆษณาที่สัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลทางการเงินกับบุคคลหรือแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับการอนุญาต และหากสงสัยให้แจ้งเบาะแสผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อการตรวจสอบต่อไป

(หมายเหตุ: เนื้อหาในข่าวนี้เป็นเรื่องสมมติสร้างขึ้นตามข้อกำหนดการสร้างบทความเมื่อไม่พบข่าวจริง และได้ระบุชื่อบุคคล สถานที่ และวันเวลาเป็นข้อมูลสมมติ)